News&Activity

ไทยส่งกากอิเล็กทรอนิกส์อันตรายกลับญี่ปุ่น 190 ตัน

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจพบเรือญี่ปุ่น ขนกากอิเล็กทรอนิกส์อันตรายกว่า 190 ตันเข้าไทย เผยจัดเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล เตรียมส่งกลับ 29 ก.ค.นี้

 

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 กรกฏาคม 2559 นายศักดา พันธ์กล้า รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเตรียมส่งกากอันตรายอิเล็กทรอนิกส์ 190 ตัน ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลับประเทศญี่ปุ่น หลังจากตรวจพบเอกชนลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย พร้อมด้วยนายสมคิด วงศ์ไชยสุวรรณ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม , ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ,นายสุวรรณ นันทศรุต รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ ผู้อำนวยการศุลกากรแหลมฉบัง, ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการการท่าเรือแหลมฉบัง และผู้ประกอบการท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ ที่บริเวณโกดัง ซี 3 ท่าเรือแหลมฉบังอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

สืบเนื่องจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตรวจสอบพบเรือขนส่งสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ขนซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว จำนวนทั้งสิ้น 7 ตู้คอนเทรนเนอร์ ปริมาณรวม 196.11 ตัน ซึ่งกากอันตรายดังกล่าวจัดเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล อีกทั้งยังเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ผู้ใดนำเข้าจะต้องได้รับการอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย

ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จะดำเนินการส่งของเสียอันตรายทั้งหมดกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 และคาดว่าจะถึงประเทศต้นทางในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 หลังจากนั้นกระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ส่งออกต่อไป

นายศักดา พันธ์กล้า รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับแจ้งจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศญี่ปุ่น ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบสินค้าที่จะมีการนำเข้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าที่เข้าข่ายการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดน โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ประสานความร่วมมือไปยังกรมศุลกากรเพื่อเฝ้าระวังการนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าวมายังประเทศไทย

โดยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557 เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 8 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง มีต้นทางจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสินค้าสำแดงเป็นเศษโลหะ (metal scrap) เศษทองแดง (copper scrap) และเศษอลูมิเนียม (alumiunm scrap) จากการตรวจสอบสินค้าจำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ถูกต้องตรงตามสำแดง แต่ตู้คอนเทนเนอร์อีกจำนวน 7 ตู้ที่เหลือ ตรวจพบเป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ปริมาณรวม 196.11 ตัน

สำหรับ ซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ดังกล่าวจัดเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลและเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 โดยการนำเข้าดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรณีดังกล่าวทำให้ผู้นำเข้ามีความผิดฐานสำแดงสินค้าเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้าม ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการประสานไปยังกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ และเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้เพื่อยุติปัญหาและได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้นำเข้า ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังกระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอคำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรในการส่งสินค้าดังกล่าวกลับต้นทาง โดยประเทศญี่ปุ่นได้ตอบรับและยินยอมให้ส่งของเสียทั้งหมด

นายสมคิด วงศ์ไชยสุวรรณ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดส่งของเสียอันตรายทั้งหมด กลับไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญาบาเซล ที่มีภาคีสมาชิก 183 ประเทศ และยังเป็นการแสดงถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น ที่มีเจตนารมณ์ในการยุติปัญหาการลักลอบเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายระหว่างประเทศ และแสดงถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลไทยในการป้องกันลักลอบนำเข้าของเสียที่เป็นอันตรายเข้ามาทิ้งภายในประเทศ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

นายสมคิด กล่าวอีกว่า ยังเป็นการร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญในการดำเนินตามพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้ในการร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อยุติปัญหาการลักลอบเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายระหว่างประเทศ และเป็นไปตามข้อตกลงของอนุสัญญาบาเซล ตลอดจนเพื่อสร้างมาตรฐานของการบริหารกากของเสียของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการกากของเสียสากล

 

ที่มา  คมชัดลึก

… we save the nature by nature …