News&Activity

ภัยจากสารเคมี: แนวทางเอาตัวรอด

ในช่วงศตววรรษที่ 20 ถือว่าเป็นช่วงแห่งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นทางมาก สารเคมีถูกนำมาใช้ในกระบวนการทางอุตสาหกรรมหลายประเภทและยังถูกนำมาใช้ในการผลิตอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมีอีกด้วย ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงเป็นอาวุธทางเคมี เช่นก๊าซคลอรีน (chlorine) ก๊าซไซยาไนด์ (cyanide) และก๊าซอาร์ซีน (arsine) เป็นอาวุธในการสู้รบอีกด้วย [1] ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากและอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย Dhara และคณะ [2]และ Cullinan และคณะ [3] รายงานว่าในปี พ.ศ. 2527 ถือเป็นปีแห่งภัยพิบัติจากสารเคมีที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองโบปาล (Bhopal) ประเทศอินเดีย เมื่อมีการรั่วไหลของก๊าซเมทิลไอโซไซยาไนด์ (Mythylisocyanate) ออกจากโรงงาน ซึ่งเป็นสารประกอบในยาฆ่าแมลงของโรงงานยูเนี่ยนคาร์ไบด์ (Union Carbide pesticide plant) ส่งผลให้มีผู้ได้รับสารพิษสูงกว่า 250,000 คน สำหรับประเทศไทยอุบัติภัยจากสารเคมีก็มีให้เห็นกันทุกปี ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงกลั่นน้ำมันบางจากปิโตรเลียม เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม 2555 ที่ผ่านมา และเหตุการณ์รั่วไหลของสารเคมีของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม มูลค่าความเสียหายสูงขึ้น 600 ล้านบาท [4]

ทุก ๆ คน คงไม่อยากประสบอุบัติภัยจากสารเคมี เพราะการเกิดขึ้นของอุบัติภัยแต่ละครั้งไม่ว่าจะมาจากการรั่วไหลของสารเคมีขณะขนส่ง การระเบิด และการเกิดเพลิงไหม้ในแต่ละครั้งล้วนก่อให้เกิดภัยจากสารเคมีไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนที่อยู่รอบนอก รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอีกด้วยเนื่องจากสารเคมีแต่ละตัวมีความเสถียร คงตัวในธรรมชาติแตกต่างกัน แต่ทุก ๆ คนสามารถช่วยกันลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมี หากทราบว่าสารเคมีที่ทำงานด้วยเป็นสารเคมีประเภทสารอันตรายและแนวทางเอาตัวรอดหากต้องประสบกับเหตุฉุกเฉินทางด้านสารเคมี

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นสารเคมีอันตราย อุบัติภัยทางเคมีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการไม่ทราบถึงอันตรายที่อาจจะได้รับจากสารเคมีที่ตนเองใช้อยู่ ขาดความระมัดระวัง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่หากทุกคนทราบว่าสารเคมีที่ตนเองใช้อยู่เป็นสารเคมีอันตราย ทุกคนก็จะใช้สารเคมีนั้นด้วยความระมัดระวัง ซึ่งสิ่งสังเกตุง่ายที่สุดที่ใช้จำแนกชนิดของสารเคมีคือสังเกตสัญลักษณ์ เครื่องหมายสากลที่ติดบนภาชนะบรรจุสารเคมี หรือรถบรรทุกสารเคมี ซึ่งรายละเอียดสามารถหาอ่านได้บทความก่อนหน้านี้ในเรื่อง “รู้ก่อน ปลอดภัยกับการแบ่งประเภทวัตถุเคมีตามระบบ UN-Class” แต่หากบรรจุภัณฑ์สารเคมีไม่มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่ชัดเจนควรหลีกเลี่ยงการนำสารเคมีดังกล่าวไปใช้งาน

สำหรับเรื่องการจัดประเภทของวัตถุอันตรายและสารเคมีนั้น เราต้องรู้จักคำว่า วัตถุอันตรายกันก่อน วัตถุอันตราย คือ สารเคมีที่สามารถทำอันตรายต่อคนหรือทรัพย์สินเพราะความไวต่อปฏิกิริยา ความไม่เสถียร การสลายตัวของสารตามธรรมชาติ การติดไฟหรือการระเหยของสารนั้น ซึ่งวัตถุอันตรายนั้นถูกแบ่งออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้ค่ะ

หลายท่านน่าจะคุ้นเคยกับสัญลักษณ์เหล่านี้กันพอสมควร เพราะเราสามารถเห็นได้จากหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกสารเคมี ถังบรรจุสารเคมี หรือตามหีบห่อสารเคมี เป็นต้น

พิษจากสารเคมี ก่อนจะทราบถึงแนวทางเอาตัวรอด ทุกคนควรทราบว่าสารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร ซึ่งโดยทั่วไปสารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 4 ทางคือ การหายใจ การดูดซึมผ่านผิวหนังหรือตา การกินและการฉีดเข้าไป (การถูกแทงด้วยวัตถุที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย) ซึ่งก่อให้เกิดพิษทางสารเคมี 2 ชนิดคือแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง [5]

แบบเฉียบพลัน : โดยทั่วไปแสดงอาการหลังได้รับสารเคมีอันตรายภายใน หนึ่งนาทีถึงสองสามวัน อาการที่เกิดขึ้นแสดงดังรูปที่ 1 ได้แก่ เกิดผดผื่นระคายเคือง ผิวหนังไหม้ อักเสบ ขาดอากาศ หน้ามืด วิงเวียน

 

รูปที่ 1 พิษภัยจากสารเคมีแบบเฉียบพลัน ที่มาของภาพ: การระวังภัยจากสารเคมีอันตราย, กรมควบคุมมลพิษ [5]

แบบเรื้อรัง : โดยทั่วไปเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารเคมีอันตรายสะสมในร่างกายเป็นเวลาติดต่อกันยาวนานแม้จะเป็นการสัมผัสสารที่ระดับค่อนข้างต่ำ เริ่มแสดงอาการเริ่มตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป อาการที่เกิดขึ้นแสดงดังรูปที่ 2 ได้แก่ การเกิดความพิการในทารก (Teratogenic) การเกิดความผิดปกติทางสายพันธุ์ในตัวอ่อนหรือการผ่าเหล่า (Uutagenic) การผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น การเปลี่ยนแปลงของ DNA การเกิดมะเร็ง (Carcinogenic)

รูปที่ 2 พิษภัยจากสารเคมีแบบเรื้อรัง ที่มาของภาพ: การระวังภัยจากสารเคมีอันตราย, กรมควบคุมมลพิษ [5]

แนวทางปฏิบัติหากต้องประสบอุบัติภัยสารเคมี ถ้าไม่อยากประสบกับพิษจากสารเคมี ทุก ๆ คนควรทราบแนวทางในการเอาตัวรอดจากภัยสารเคมีหากต้องประสบกับอุบัติภัยทางเคมีดังนี้ [5]

1.ต้องมีสติและพยายามพิจารณาฉลากหรือสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนภาชนะบรรจุสารเคมีแล้วจำแนกว่าสารเคมีดังกล่าวเป็นสารเคมีชนิดไหน

2.อย่าพยายามล้างภาชนะบรรจุสารเคมีหรือเช็ดถูทำความสะอาดสารเคมีที่หกบนพื้นเพราะอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงได้

3.โทรติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

- ในกรุงเทพมหานคร โทร 199 หรือศูนย์กรุงเทพมหานคร โทร 1555 หรือกรมควบคุมมลพิษ โทร. 1650

- ต่างจังหวัด โทร 1999 หรือ กรมควบคุมมลพิษ โทร 1650 เกิดเหตุบนทางหลวง โทร 1193

4.ข้อมูลที่ท่านควรแจ้ง เมื่อพบเห็นเหตุการณ์: สถานที่เกิดเหตุ ลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชนิด/ประเภทของสารเคมี จำนวน/ปริมาณของสารเคมีที่หกหรือรั่วไหล มีแหล่งน้ำหรือชุมชนอยู่ใกล้เคียงบริเวณที่เกิดเหตุหรือไม่

นอกจากนี้จากงานวิจัยของ Schwenk และคณะ [6] รายงานว่าแผนวิกฤติการณ์สำหรับป้องกันและรับมือกับอุบัติภัยจากสารเคมีมี 4 ขั้นตอนแสดงดังรูปที่ 3 ประกอบด้วย

- การป้องกัน (Prevention/Mitigation) คือการตระเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ได้มาตรฐานหรือตามที่กฎหมายกำหนด

- การเตรียมความร้อน (Preparedness) คือการจัดเตรียมซ้อมแผนรับมือหากเกิดอุบัติภัยขึ้น

- การตอบสนอง (Response) คือการลงมือปฏิบัติจริงเมื่อเกิดภัย เช่นการซ้อมหนีไฟ ซ้อมดับเพลิง

- การฟื้นฟู (Recovery/Aftercare) คือแผนการทำให้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้การดำเนินงานของโรงงานขาดความต่อเนื่องหรือต้องหยุดชะงัก

สิ่งสำคัญควรทำและมีการพัฒนาซักซ้อมกันแผนรับมือวิกฤตการณ์ภัยจากสารเคมีอยู่เสมอถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุเตือนภัยก็ตามและแต่ละขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ชำนาญการ [7]

 

 

 รูปที่ 3 ลำดับการจัดการขั้นวิกฤตภัยจากสารเคมี, ที่มาของภาพ: งานวิจัยของ Schwenk และคณะ [6]

นอกจากประเภทของวัตถุอันตรายทั้ง 9 ประเภทนี้แล้ว ผู้เขียนได้ไปพบข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายที่ทางศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา ได้นำมาลงไว้ใน Web เป็นเรื่องของความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ เราจะทำอย่างไรจึงจะพ้นภัยจากสารเคมีอันตราย เนื่องจากปัจจุบันมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับสารเคมีที่เกิดขึ้นรุนแรงหลายครั้ง และไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในโรงงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อชุมชนและประชาชนทั่วไปด้วย เช่น การรั่วไหลของสารเคมีขณะขนส่ง การระเบิด และการเกิดเหตุเพลิงไหม้ของสารเคมีในโรงงาน เป็นต้น ซึ่งการได้รับอันตรายของประชาชนมีเหตุสำคัญเนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยการเข้าไปสัมผัสกับสารเคมีหรืออยู่ใกล้บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุโดยไม่ทราบว่ามีสารเคมีแพร่กระจายอยู่ และไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตนเอง

อย่างไรในการที่จะป้องกันอันตรายให้แก่ตนเองได้อย่างปลอดภัย ทางศูนย์ข้อมูลพิษวิทยาได้นำความรู้นี้มาลงไว้ในรูปแบบของรูปภาพ ซึ่งอ่านแล้ว เข้าใจได้ง่าย ผู้เขียนจึงขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อในบทความฉบับนี้ ดังนี้ค่ะ

สารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกาย....ได้อย่างไร

 

มีผลต่อร่างกาย....อย่างไร

โดยธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เมื่อได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายจะมีขบวนการ ทำลายพิษให้น้อยลง และพยายามขับสารนั้นออกมาทางเหงื่อ น้ำนม อุจจาระ น้ำลาย ลมหายใจ ฯลฯ แต่หากได้รับสารพิษมากเกินไปจะเกิดผลเสียหายต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้

- ระบบทางเดินหายใจ

- ผิวหนังและตา

- ระบบกล้ามเนื้อ

- ระบบย่อยอาหาร

- ระบบเลือด

- อวัยวะภายใน

- ระบบประสาท

- ระบบหัวใจและหลอดเลือด

เกิดอาการอย่างไร....เมื่อได้รับสารอันตราย

ป้องกันตนเองจากสารเคมีอันตราย....ได้อย่างไร

เมื่อพบเห็นอุบัติภัยสารเคมี.....ต้องทำอย่างไร

โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานป้องกันจังหวัด หรือเทศบาล เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุเป็นต้น

จะช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างไร

 

ที่มา : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

… we save the nature by nature …